ระบบ CCTV ขนาดใหญ่ควรใช้ NVR หรือ IP Storage?
เปรียบเทียบ NVR และ IP Storage สำหรับระบบกล้องวงจรปิดขนาดใหญ่ พร้อมแนวทางเลือกให้เหมาะกับจำนวนกล้อง พื้นที่จัดเก็บ ระยะเวลา Retention และความต้องการด้านความปลอดภัยของข้อมูล
ไม่มีคำตอบว่าต้องใช้ NVR หรือ IP Storage เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะทั้งสองระบบมีบทบาทแตกต่างกัน โดย NVR เหมาะสำหรับการบันทึกและจัดการกล้องวงจรปิด ส่วน IP Storage เหมาะกับระบบที่ต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ และต้องการออกแบบ Storage แยกออกจากระบบบันทึก
สำหรับระบบขนาดใหญ่ การใช้ NVR + IP Storage ร่วมกันอาจเป็นแนวทางที่เหมาะสม โดยเฉพาะโครงการที่ต้องการความจุสูง Redundancy และความต่อเนื่องของระบบ
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า NVR และ IP Storage ทำหน้าที่ต่างกัน
NVR หรือ Network Video Recorder เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาสำหรับระบบกล้องวงจรปิด IP โดยทำหน้าที่รับข้อมูลจากกล้อง บันทึกวิดีโอ จัดการกล้อง และให้ผู้ใช้งานค้นหาและดูภาพย้อนหลัง
ในขณะที่ IP Storage เป็นระบบจัดเก็บข้อมูลบนเครือข่าย ซึ่งสามารถออกแบบให้รองรับพื้นที่จัดเก็บจำนวนมาก และรองรับการขยายระบบตามความต้องการของโครงการ
ดังนั้นคำถามที่ถูกต้องอาจไม่ใช่ “NVR หรือ IP Storage อะไรดีกว่า?” แต่ควรถามว่า “ระบบของเราต้องการสถาปัตยกรรม Storage แบบไหน?”
NVR เหมาะกับระบบ CCTV ขนาดใหญ่แบบไหน?
NVR เหมาะกับระบบที่ต้องการรวมการบันทึกและการจัดการกล้อง ไว้ในอุปกรณ์เดียว โดยเฉพาะระบบที่จำนวนกล้อง และปริมาณข้อมูลยังอยู่ในขอบเขตที่ NVR สามารถรองรับได้
Dahua มี NVR หลายระดับตั้งแต่ระบบขนาดเล็ก ไปจนถึงรุ่นสำหรับโครงการขนาดใหญ่ โดยข้อมูลจาก Dahua ระบุว่า Network Recorder บางรุ่นสามารถรองรับกล้องได้สูงสุดถึง 256 Channel ต่อเครื่อง และมีรุ่น 4U สำหรับระบบที่มีความต้องการบันทึกสูง โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่ม IP Storage ในบางกรณี
- จำนวนกล้องยังอยู่ในขีดความสามารถของ NVR
- ต้องการระบบที่ติดตั้งและบริหารจัดการง่าย
- ต้องการรวม Recording และ Management ไว้ในระบบเดียว
- Storage ภายใน NVR เพียงพอต่อระยะเวลา Retention
- ไม่ได้มี Requirement ด้าน Storage ขนาดใหญ่มาก
IP Storage เหมาะกับระบบ CCTV ขนาดใหญ่แบบไหน?
IP Storage เหมาะกับระบบที่มีความต้องการด้านพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสูง หรือจำเป็นต้องออกแบบ Storage แยกจากอุปกรณ์บันทึก เพื่อให้สามารถบริหาร Capacity และขยายระบบได้ง่ายขึ้น
ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ Dahua มี IP Storage ตระกูล EVS ซึ่งมีหลายขนาด เช่น รุ่นที่รองรับ 16, 24, 36 และ 48 HDD รวมถึงรุ่นที่ออกแบบสำหรับระบบ Enterprise และบางรุ่นรองรับ RAID, Hot Spare, Redundant Power และการขยายพื้นที่จัดเก็บตามรุ่น
ตัวอย่างเช่น EVS5016S-R-V2 เป็น Embedded Video Storage แบบ 16-bay ขณะที่ EVS7148S เป็น Embedded Video Storage แบบ 48-bay ตามรายการผลิตภัณฑ์ของ Dahua Thailand
- EVS5016S-R-V2
- EVS7124S
- EVS7136S
- EVS7148S
- EVS5016S-R
- EVS5036S-R
- EVS5048S-R
รายการรุ่นและสถานะสินค้าอาจแตกต่างกันตามตลาดและช่วงเวลา ควรตรวจสอบรุ่นที่มีจำหน่ายจริงก่อนออกแบบระบบ
เปรียบเทียบ NVR กับ IP Storage
| หัวข้อ | NVR | IP Storage |
|---|---|---|
| หน้าที่หลัก | บันทึกและจัดการกล้อง | จัดเก็บข้อมูลวิดีโอ |
| เหมาะกับ CCTV | โดยตรง | เหมาะสำหรับระบบที่ออกแบบรองรับ |
| จำนวน HDD | ขึ้นอยู่กับรุ่น | สามารถมีจำนวน HDD ได้มากตามรุ่น |
| การขยาย Storage | มีข้อจำกัดตาม Hardware | เหมาะกับระบบที่ต้องการ Capacity สูง |
| RAID | ขึ้นอยู่กับรุ่น | รองรับได้หลายระดับตามรุ่น |
| Redundant Power | ขึ้นอยู่กับรุ่น | มีในรุ่น Enterprise บางรุ่น |
| เหมาะกับระบบขนาดใหญ่มาก | ได้ในรุ่นที่รองรับ | เหมาะกับระบบที่ต้องการ Storage สูง |
ระบบ CCTV 50–100 กล้อง ควรใช้ NVR หรือ IP Storage?
จำนวนกล้องเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้ตัดสินได้ว่า ควรใช้ NVR หรือ IP Storage เพราะต้องพิจารณาความละเอียดของกล้อง Bitrate Frame Rate และระยะเวลาที่ต้องการเก็บข้อมูลร่วมด้วย
ตัวอย่างเช่น ระบบ 100 กล้องที่บันทึกเพียงช่วงเวลาหนึ่ง และมี Retention ไม่มาก อาจสามารถออกแบบด้วย NVR ที่มีความสามารถเพียงพอได้
แต่ถ้าระบบ 100 กล้องต้องบันทึกตลอด 24 ชั่วโมง และต้องการเก็บข้อมูล 60 หรือ 90 วัน ความต้องการ Storage จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก จึงอาจเหมาะกับการออกแบบระบบ Recording ร่วมกับ IP Storage มากกว่า
ระบบ CCTV 200–300 กล้อง ควรออกแบบอย่างไร?
เมื่อจำนวนกล้องเพิ่มขึ้นถึงระดับหลายร้อยกล้อง การออกแบบระบบควรพิจารณามากกว่าเพียงจำนวน Channel ของ NVR
ต้องคำนวณทั้ง Incoming Bandwidth, Recording Bandwidth, Storage Capacity, Network Uplink, RAID, HDD, Retention และความสามารถในการขยายระบบ
ในระดับนี้ IP Storage สามารถเข้ามาช่วยแยกส่วน ของระบบบันทึกและระบบจัดเก็บข้อมูล ทำให้สามารถออกแบบ Storage ได้ยืดหยุ่นขึ้น
แล้วระบบ 500 กล้องขึ้นไปล่ะ?
เมื่อระบบมีจำนวนกล้องหลายร้อยถึงหลายพันกล้อง แนวคิดในการออกแบบควรเปลี่ยนจากการเลือก “เครื่องบันทึกที่ใหญ่ที่สุด” มาเป็นการออกแบบ Infrastructure ทั้งระบบ
อาจมีการแบ่งกล้องออกเป็นหลายกลุ่ม ใช้ Recording หลายชุด และออกแบบ Storage ให้รองรับ Capacity และ Bandwidth ของแต่ละส่วน
สำหรับระบบ Enterprise ยังต้องพิจารณาเรื่อง Redundancy, RAID, Hot Spare, Redundant Power และความต่อเนื่องของระบบ เพิ่มเติมจากเรื่องความจุเพียงอย่างเดียว
ทำไมระบบใหญ่บางโครงการจึงใช้ NVR + IP Storage?
การใช้ NVR และ IP Storage ร่วมกัน ช่วยให้สามารถแบ่งหน้าที่ของระบบออกจากกัน โดย NVR ทำหน้าที่ด้าน Recording และ Video Management ขณะที่ IP Storage ทำหน้าที่ด้านการจัดเก็บข้อมูล
แนวทางนี้ช่วยให้สามารถออกแบบ Storage ให้มีความจุสูงขึ้น และเพิ่มความสามารถด้าน Redundancy ได้ตาม Requirement
Dahua เองมี Solution ที่เรียกว่า Dual Storage Protection ซึ่งใช้ NVR และ EVS ร่วมกัน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ปกป้องข้อมูล และลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียหลักฐาน โดยระบบดังกล่าวรองรับความสามารถด้าน RAID และ Hot Spare ตาม Solution ที่กำหนด
ไม่จำเป็นต้องเลือกเพียง NVR หรือ IP Storage เสมอไป แต่สามารถออกแบบ NVR + IP Storage ให้ทำงานร่วมกันได้ หาก Requirement ของโครงการต้องการ
อะไรเป็นตัวกำหนดว่า NVR จะเพียงพอหรือไม่?
จำนวน Channel ต้องอยู่ภายในขีดความสามารถของระบบ
ต้องตรวจสอบ Incoming และ Recording Bandwidth
กล้อง 4MP, 5MP, 8MP หรือสูงกว่า มีความต้องการด้านข้อมูลแตกต่างกัน
ต้องการเก็บภาพ 30, 60 หรือ 90 วัน
ต้องมีพื้นที่เพียงพอต่อข้อมูลที่ต้องจัดเก็บ
ต้องการ RAID, Hot Spare หรือ Redundant Power หรือไม่
ตัวอย่างแนวคิดการออกแบบ
กรณีที่ 1: สำนักงาน 50 กล้อง
หากจำนวนกล้องไม่มากและต้องการระบบที่ติดตั้งง่าย NVR ที่มี Channel, Bandwidth และ HDD เพียงพอ อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม
แนวทาง: NVRกรณีที่ 2: อาคาร 150 กล้อง
ต้องพิจารณา Bitrate, Retention และ Storage หากพื้นที่จัดเก็บภายใน NVR ไม่เพียงพอ อาจพิจารณาโครงสร้างที่มี IP Storage เพิ่ม
แนวทาง: NVR + IP Storageกรณีที่ 3: โครงการ 300+ กล้อง
ควรออกแบบระบบเป็น Architecture โดยพิจารณา Recording, Storage, Network, RAID และ Redundancy พร้อมรองรับการขยายระบบ
แนวทาง: NVR + IP Storage / Enterprise Storageอย่าดูแค่จำนวน Channel ตอนเลือก NVR
จุดที่มักถูกมองข้ามคือ NVR ที่เขียนว่า “รองรับ 128CH” หรือ “256CH” ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถบันทึกกล้องทุกตัว ที่ความละเอียดและ Bitrate สูงสุดพร้อมกันได้เสมอ
ต้องตรวจสอบ Specification ที่เกี่ยวข้อง เช่น Incoming Bandwidth, Recording Bandwidth, Outgoing Bandwidth, Decoding Capability และจำนวน HDD ที่รองรับ
ดังนั้นการออกแบบระบบจริงควรดู Bandwidth + Storage + Channel ไปพร้อมกัน ไม่ควรดูเพียงตัวเลข Channel บนหน้าสินค้า
แล้วควรเลือกแบบไหน?
- ระบบขนาดเล็กถึงขนาดกลาง
- จำนวนกล้องอยู่ในขีดความสามารถของ NVR
- Storage ภายในเพียงพอ
- ต้องการระบบที่บริหารง่าย
- มีจำนวนกล้องมาก
- ต้องการ Retention หลายสิบวันหรือหลายเดือน
- ต้องการ Storage Capacity สูง
- ต้องการ RAID / Hot Spare
- ต้องการความยืดหยุ่นในการขยายระบบ
สรุป: CCTV ขนาดใหญ่ควรใช้ NVR หรือ IP Storage?
NVR เหมาะสำหรับการบันทึกและจัดการระบบกล้องวงจรปิด และสามารถรองรับระบบขนาดใหญ่ได้ในรุ่นที่มีความสามารถเพียงพอ
IP Storage เหมาะสำหรับระบบที่ต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลจำนวนมาก และต้องการออกแบบ Storage แยกจากระบบ Recording
สำหรับโครงการขนาดใหญ่ที่มี Requirement สูง การใช้ NVR + IP Storage อาจเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่า เพราะสามารถแบ่งหน้าที่และออกแบบ Storage ให้ตรงกับความต้องการของโครงการได้
กล้องไม่มาก + Storage ไม่สูง → NVR
กล้องมาก + ต้องเก็บข้อมูลจำนวนมาก → NVR + IP Storage
โครงการ Enterprise → ออกแบบ Recording + Storage + Network + Redundancy ทั้งระบบ
สินค้า Dahua ที่เกี่ยวข้อง
สำหรับการออกแบบระบบจริง ควรเลือก NVR และ IP Storage จากจำนวนกล้อง Bandwidth และระยะเวลา Retention ของโครงการ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
สนใจสินค้าหรือต้องการคำปรึกษาในการเลือกกล้องวงจรปิด?